durian-logo-desktop
durian-logo-mobile
คอร์สเรียน
เกี่ยวกับเรา
5 เรื่องที่คนเตรียมสอบ HSK5 ต้องระวัง ก่อนเจอข้อสอบของจริง

5 เรื่องที่คนเตรียมสอบ HSK5 ต้องระวัง ก่อนเจอข้อสอบของจริง

เรื่องไหนบ้างที่คนเตรียมสอบ HSK5 ต้องรู้และระวังให้ดี ถ้าไม่อยากให้คะแนนหายไปแบบไม่รู้ตัว!

        การสอบ HSK5 ผ่านอาจเป็นเป้าหมายที่เพื่อนๆ เรียนจีนหลายคนต้องการที่ไปให้ถึง แต่การทำให้สำเร็จนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะนอกจากความยากของข้อสอบ HSK5 จะอยู่สูงในระดับเดียวกับคำพูดที่คนจีนใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรต้องระวังในการทำข้อสอบอย่างการเตรียมตัวได้ไม่ดีมากพอ หรือความไม่รอบคอบในการทำสอบ ทำให้มักพลาดเสียคะแนนไปอย่างง่ายๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นบทความในวันนี้จะมารวบรวมสิ่งที่เตรียมสอบ HSK5 ต้องรู้และระวังให้ดี รับรองว่ารู้แล้วจะช่วยทำให้โอกาสการสอบผ่านเพิ่มสูงขึ้นกว่า 80% แน่นอน!


 

สารบัญ


 

จัดสรรเวลาในการทำข้อสอบให้เหมาะสม

        ในการสอบ HSK5 ปัญหาที่ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่มักไม่ระวัง และมองข้ามไปเป็นอันดับ 1 ก็คือการจัดสรรเวลาในการทำข้อสอบ มีผู้เข้าสอบจำนวนไม่น้อยที่จดจ่อกับการทำข้อสอบส่วนอื่นๆ มากเกินไป จนทำให้ไม่สังเกตถึงเวลาที่ใกล้จะหมดลง และข้อสอบที่เหลือที่ยังไม่ได้ทำ ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องส่งกระดาษคำตอบนั้นเหลือเพียงไม่กี่ตัวเลือกอย่างการเดาคำตอบไปอย่างมั่วๆ หรือการส่งข้อสอบไปทั้งๆ ที่ยังทำไม่เสร็จ

        ซึ่งถ้าเรามานั่งคิดให้ดีๆ จะพบว่าข้อสอบ HSK5 แบ่งเป็นทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ พาร์ทการฟัง 45 ข้อ 30 นาที พาร์ทการอ่าน 45 ข้อ 40 นาที พาร์ทการเขียน 10 ข้อ 40 นาที รวมทั้งหมด 100 ข้อ 110 นาที ถ้านำจำนวนข้อสอบและเวลาในแต่ละพาร์ทมาคำนวนจะพบว่า นอกจากพาร์ทการอ่านที่ต้องฟังไปตอบคำถามไปแล้ว เราสามารถเฉลี่ยเวลาในการทำข้อสอบได้ดังนี้ :

  • พาร์ทการอ่านจะมีเวลาทำข้อสอบประมาณข้อละ 50 วินาที 
  • พาร์ทการเขียนจะมีเวลาทำโจทย์การเรียงคำให้เป็นประโยคข้อละ 1 นาทีกว่า และจะมีเวลาเขียนเรื่องสั้นประมานข้อละ 15 นาที

        จากข้างต้นจะเห็นได้ว่าเวลาในการทำข้อสอบแต่ละข้อนั้นมีน้อยมาก ดังนั้นถ้าอยากทำข้อสอบได้ครบทุกข้อ แบบที่ไม่ต้องสุ่มคำตอบแล้ว เพื่อนๆ ควรเตรียมสอบ HSK5 ให้ดีโดยวางแผนและจัดสรรเวลาในการทำข้อสอบให้เหมาะสม ซึ่งอาจมีการนำเทคนิคในการทำข้อสอบต่างๆ เข้ามาช่วยย่นระยะเวลาด้วย หรืออาจใช้วิธีเบสิคอย่างการทำโจทย์ที่ทำได้ก่อน แล้วเว้นข้อที่ยังหาคำตอบไม่ได้ไว้ไปทำในภายหลังก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหน ก็สามารถทำให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น และทำข้อสอบได้ครบทุกข้ออย่างแน่นอน

A student is taking an exams on the table with the sand clock running out of time.

 



 

ตั้งสมาธิในการทำข้อสอบพาร์ทฟังให้ดี

        ในข้อสอบ HSK5 พาร์ทฟังนั้น การฟังคลิปเสียงไม่ทัน หรือลืมเนื้อหาที่ได้ยินไปนั้นต่างก็เป็นปัญหาชวนปวดหัวที่ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ต้องเผชิญและรู้สึกเหมือนกัน ซึ่งการฟังคลิปเสียงไม่ทันหรือการลืมเนื้อเรื่องไปนั้นต่างก็ส่งผลในแง่ร้ายกับผู้เข้าสอบจำนวนมาก ทำให้หลายๆ คนไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องของข้อนั้นๆ ได้ และอาจพลาดโอกาสที่จะได้คะแนนเพิ่มอีกสักคะแนนสองคะแนน 

        ซึ่งการที่ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจฟังเนื้อหาของคลิปเสียงและหลุดโฟกัสไปนั้น อาจมาจากสาเหตุหลายๆ อย่างดังนี้ :

  • ยังตอบคำถามในข้อก่อนหน้านั้นไม่เสร็จ
  • หาคำตอบไปพร้อมกับฟังคลิปเสียงด้วย
  • คลิปเสียงมีเนื้อหาที่มากเกินไป จับใจความไม่ได้
  • จำเนื้อเรื่องไม่ได้เพราะหนึ่งคลิปเสียงต้องตอบคำถามหลายข้อ
  • เผลอใจลอยไปพักหนึ่ง

        การที่ไม่ได้ฟังคลิปเสียงให้ดีนั้น นอกจากจะทำให้เพิ่มโอกาสการตอบผิดแล้ว ยังส่งผลให้ผู้เข้าสอบทำข้อสอบในข้อต่อๆ ไปได้ไม่ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากไม่อยากเสียคะแนนไปฟรีๆ กับการเดาคำตอบแล้ว เพื่อนๆ ควรเตรียมสอบ HSK5 ด้วยการฝึกฟังภาษาจีนให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคุ้นชินในการทำข้อสอบและจับใจความเนื้อหาได้เร็วขึ้น หรืออาจต้องอาศัยเทคนิคพิเศษมาช่วย เพื่อทำให้สามารถทำข้อสอบ HSK5 พาร์ทฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Students are taking their exams in a large lecture room.

 



 

อ่านโจทย์ข้อสอบให้ละเอียด

        หากถามว่าส่วนที่อยากที่สุดในการเรียนภาษาจีนคืออะไร เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงตอบเหมือนกันว่าคือตัวอักษรจีน เนื่องจากตัวอักษรในภาษาจีนนั้นมีมากเป็นหลายหมื่นตัว อีกทั้งยังมีรูปร่างลักษณะที่คล้ายคลึงกันในหลายๆ คำ ทำให้คนเรียนจีนส่วนใหญ่มักอ่านตัวอักษรจีนผิด มองคำหนึ่งเป็นอีกคำหนึ่งได้อย่างง่ายๆ ยิ่งเมื่อเป็นการสอบ HSK5 ที่มีเวลาจำกัดแล้ว ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ก็มักจะอ่านโจทย์ผ่านๆ ไม่ละเอียดรอบคอบมากพอ ทำให้เมื่อทำข้อสอบมักเสียเวลาไปกับการทำความเข้าใจเนื้อหา เพียงเพราะอ่านตัวอักษรจีนผิดไปนั่นเอง

        การมองตัวอักษรจีนผิดเป็นอีกคำหนึ่งนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เสียเวลาในการทำข้อสอบไปอย่างสูญเปล่าแล้ว แต่ยังทำให้ผู้เข้าสอบเข้าใจเนื้อหาของโจทย์ผิดไป และตอบคำถามไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน ซึ่งแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ ผู้เตรียมสอบ HSK5 ควรสร้างความคุ้นเคยกับคำศัพท์ภาษาจีนให้มากขึ้น เพื่อที่จะสามารถแยกตัวอักษรจีนได้ถูกต้องทันที แน่นอนว่าเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจะเกิดขึ้นได้แล้ว ต่อให้รู้จักคำศัพท์ภาษาจีนเป็นจำนวนมาก ก็ยังควรที่จะอ่านข้อสอบให้ละเอียดด้วยเช่นกัน 

A pile of Chinese characters cards.

 



 

ตรวจเช็กความถูกต้องของคำที่เขียน

        ในการทำข้อสอบ HSK5 นั้น นอกจากต้องระวังในเรื่องของการอ่านผิดแล้ว ยังมีอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้เข้าสอบมักทำพลาด และเสียคะแนนไปง่ายๆ โดยไม่รู้ตัวอย่างความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จากการเขียนตัวอักษรจีน เช่นอย่างการเขียนเกินขาดไปหนึ่งขีดก็ตาม ล้วนทำให้ถูกหักคะแนนได้เช่นกัน 

        นอกจากการเขียนผิดแล้ว สิ่งที่ผู้เข้าสอบควรต้องระวังให้ดีอีกอย่างก็คือการเขียนตัวอักษรจีนตกหล่น อาจเพราะด้วยความรีบเร่งในการเขียนข้อสอบ หรืออาจเพราะความประมาทไม่รอบคอบ หลายคนๆ มักเขียนตัวอักษรจีนตกหล่นไปหนึ่งถึงสองตัว ทำให้ประโยคที่เขียนมีความหมาย หรือหลักไวยากรณ์ที่ผิดไปจากที่ควร ส่งผลให้คะแนนที่ควรจะได้ลดลงจากเดิมนั่นเอง

        ส่วนใหญ่แล้วปัญหาเหล่านี้มักเกิดขึ้นเมื่อทำข้อสอบในพาร์ทเขียน ดังนั้นเพื่อนๆ ควรตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาที่เขียนในทุกๆ ครั้งให้ดี เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น และยังควรฝึกคัดศัพท์จีนให้ชินมือมากขึ้นในช่วงเตรียมสอบ HSK5 ก่อนที่จะเข้าร่วมการสอบของจริงด้วยเช่นกัน

A hand writing Chinese characters with blue pencil.

 



 

เขียนเนื้อเรื่องให้ตรงตามเงื่อนไขของโจทย์

        อีกหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้เข้าสอบ HSK5 เสียคะแนนในพาร์ทเขียนมากที่สุดก็คือการเขียนเรื่องสั้นไม่ตรงตามเงื่อนไข ยิ่งเมื่ออัตราส่วนคะแนนของเรื่องสั้นในแต่ละข้อนั้นสูงถึง 30 คะแนนต่อหนึ่งข้อ ก็ยิ่งทำให้การได้คะแนนในพาร์ทเขียนนั้นยากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโจทย์ในการเขียนเรื่องสั้นจะมีเงื่อนไขที่สำคัญต่างๆ ดังนี้ :

  1. การนำคำศัพท์ไปแต่งเรื่องสั้น
  • ใช้คำศัพท์ที่ให้มาครบทั้ง 5 คำ
  • เนื้อเรื่องมีความเชื่อมโยงกัน มีเหตุและผลที่ชัดเจน
  • มีจำนวนตัวอักษรจีนทั้งหมดประมาณ 80 ตัว
  1. การเขียนเรื่องสั้นจากรูปภาพ
  • เนื้อหาสอดคล้องกับรูปภาพที่ข้อสอบให้มา
  • เนื้อเรื่องมีความเชื่อมโยงกัน มีเหตุและผลที่ชัดเจน
  • มีจำนวนตัวอักษรจีนทั้งหมดประมาณ 80 ตัว

        ดังนั้นหากอยากเขียนเรื่องสั้นให้ดี และได้คะแนนสูงในพาร์ทเขียน เพื่อนๆ ก็ควรสังเกตให้ดีว่าเรื่องสั้นที่เขียนนั้นถูกต้อง และเป็นไปตามเงื่อนไขที่โจทย์ต้องการหรือไม่ แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจรู้สึกกดดัน และคิดว่าการเขียนเรื่องสั้นให้ดีนั้นเป็นเรื่องที่ยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขาดไอเดียในการเขียน หรือการไม่รู้จักศัพท์จีนที่ต้องใช้ ซึ่งในจุดนี้ผู้เตรียมสอบ HSK5 สามารถนำเทคนิคต่างๆ ในการเขียนที่ได้จากการติว HSK5 มาช่วยได้เช่นกันค่ะ


 

        ถ้าเพื่อนๆ อ่านจบแล้วยังรู้สึกกังวล กลัวว่าเมื่อไปสอบ HSK5 แล้วจะสอบไม่ผ่าน หรือได้คะแนนน้อยเกินไป การเตรียมตัวให้พร้อมด้วยคอร์สติว HSK5 กับครูพี่นิว ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เพราะในคอร์สนี้นอกจะช่วยให้เราเข้าใจหลักภาษาจีน และคุ้นชินกับข้อสอบ HSK5 มากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราได้ลองสัมผัสประสบการณ์การสอบก่อนเจอสนามจริงอีกด้วย ดังนั้นใครที่กำลังเตรียมสอบ และอยากผ่าน HSK5 แบบชัวร์ๆ ได้คะแนนมากกว่า 200 แล้วล่ะก็ห้ามพลาดเลย

 

HSK5 test preparation course with New tutor is guarantee 200 points up.

 

คอร์สติว HSK5 กับครูพี่นิวดีอย่างไรบ้าง?

  • สอนทำข้อสอบครบทุกพาร์ท ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทฟัง อ่าน หรือเขียน
  • รวบรวมคำศัพท์ที่มักพบ ทั้งคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันหรือคำที่มักใช้คู่กัน
  • รวมครบไวยากรณ์ที่มักพบบ่อย พร้อมข้อควรระวังและตัวอย่างการใช้งาน
  • แชร์เทคนิคที่ควรรู้ แบบที่เจอข้อสอบปุ๊บก็ตอบได้ปั๊บ
  • รวมข้อสอบกว่า 600 ข้อให้ได้ลับฝีมือและเตรียมความพร้อม
  • ส่งการบ้านพาร์ทการเขียนให้ครูพี่นิวตรวจแก้ไข พร้อมให้คะแนนเสมือนสอบจริง
  • ทดลองสอบข้อสอบเสมือนจริงพร้อมจับเวลาได้ฟรี พร้อมสรุปคะแนนให้ทันที


 

Red Facebook inbox button with the mouse click.